|
แบบไฟฟ้ามาตรฐาน
ตามข้อกำหนดของ IEC (International electrotechnical commission)

สัญลักษณ์จะเขียนแบบอย่างไรใหตรงตามมาตรฐานลองดูมาตรฐานที่ IEC กำหนด
กรอบของแบบไฟฟ้าหรือ Drawing Header
แบบไฟฟ้าทุกหน้า จะต้องมีกรอบ เพื่อแสดงข้อมูลต่างๆที่จำเป็น เช่น เลขที่ลำดับหน้า จำหวนหน้าที่ใช้ไปในหมวดนั้น ชื่อต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง และเวอร์ชันของเอกสาร วันที่ และ Reference Designation
สัญลักษณ์ทางไฟฟ้าต้องมีรายละเอียดคู่กัน
สัญลักษณ์ จะต้องมีรายละเอียดของอุปกรณ์กำหนดไว้คู่กัน หรือ มีวิธีแสดงให้รู้ว่าคุณสมบัติ เช่น ขนาดหรือรุ่นใด เพื่อประโยชน์ในการซื้อมาซ่อมบำรุงในอนาคต
การเชื่อมโยงอุปกรณ์ 1 ตัวแต่มีสัญลักษณ์ไฟฟ้าต้องแสดงมากกว่า 1 ตำแหน่ง
เช่น Relay มีคอยล์และหน้าคอนแทค มาตรฐานกำหนดไว้ว่าจะต้องมีการเชื่อมโยงซึ่งกันและกันให้ชัดเจนในการค้นหา ว่าสัญลักษณ์คู่กันนั้นอยู่ที่ใด
หรือ สายไฟฟ้า ที่ส่งต่อกัน ระหว่างหน้าหนึ่งไปอีกหน้าหนึ่งต้องคอยแสดงให้ดูว่ามีที่มาและที่ไปอยู่ที่ใด ให้ชัดเจน
List เป็นตารางแนบท้ายแสดงอุปกรณ์ที่ใช้ในแบบไฟฟ้า
มีตารางแนบท้ายแบบไฟฟ้า แสดงสรุปการของอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ในโปรเจค
ตำแหน่งอ้างอิง และ หน้าที่ (Reference Designation)
การอ้างอิงตำแหน่งของอุปกรณ์ต้องมีการกำหนดที่ชัดเจน คำอธิบายของหัวข้อนี้เป็นข้อท้ายสุดในที่นี้แต่เป็นหัวข้อสำคัญที่สุด และเราจะขอยกตัวอย่างให้ละเอียดดังนี้
การเขียนแบบไฟฟ้าในชีวิตจริง อุปกรณ์ จะไม่อยู่ในตู้คอนโทรลทั้งหมด จึงจำเป็นต้องมีการกำหนด Reference เพื่อให้มีความชัดเจนว่าอุปกรณ์ต่างๆ นั้นอยู่ที่ตำแหน่งใดบ้าง และในความเป็นจริงนั้นสัญลักษณ์ทางไฟฟ้า ทุกตัวในแบบไฟฟ้ามาตรฐาน จึงมี Reference นำทั้งหมด
เช่น แบบไฟฟ้าอธิบายครอบคลุมพื้นที่ทำงาน 2 ส่วนคือ ภายในตู้คอนโทรล และ บริเวณที่ติดตั้ง มอเตอร์
=C1 (ยกตัวอย่าง เพื่อแทน บริเวณที่ตู้คอนโทรล)
=G1 (ยกตัวอย่าง เพื่อแทน บริเวณที่ติดตั้งมอเตอร์)
เมื่อมีตู้คอนโทรลสองใบ ในบริเวณเดียวกัน เราจึงแยกแยะได้ด้วย subscript ต่อมาคือ
=C1+P1
และ อุปกรณ์ที่อยู่ในตู้คอนโทรลใบนี้ จึงมีชื่อเรียกเต็มๆ ว่า
=C1+P1-K1 (เป็นชื่อเต็มของอุปกรณ์ตัวนั้นๆ อาจแทน Relay 1 ตัว)
=G1+Q1-M1 (เป้นชื่อเต็มของมอเตอร์ 1 ตัว)
แล้วทำไม ในแบบไฟฟ้า ที่เห็นอยู่ทั่วๆไป ไม่เห็นชื่ออุปกรณ์จะยาวอย่างนี้?
ให้ลองสังเกตุให้ดี ถ้าเป็นแบบไฟฟ้าที่เป็นมาตรฐาน ที่กรอบของหน้านั้นๆ จะมีการระบุว่า หน้าทั้งหน้านั้นหมายถึง =C1+P1 อยู่.. ฉะนั้นอุปกรณ์ทุกๆตัว จึงละไว้ในฐานที่เข้าใจว่ามันต้องถูกเติม subscript นี้ไว้ก่อนแล้ว และกลับกันในทางตรงข้าม ถ้าในหน้านั้น มีอุปกรณ์ที่ไม่ได้ขึ้นต้นด้วย subscript =C1+P1 จึงต้องมีการตีเส้นประ เพื่อบอกให้รู้ว่าภายในเส้นประนั้น เป็นอุปกรณ์ที่อยู่คนละโซนกัน หรือถ้าไม่ต้องการแสดงเส้นประ.. ทีนี้ก็จะเห็นชื่อเต็มๆ แสดงที่ตัวอุปกณ์นั้นๆเลย..
แบบไฟฟ้ามาตรฐาน กับ โปรแกรมเขียนแบบไฟฟ้า
บนพื้นฐานความจำเป็นต้องมีข้อมูลต่างๆ ของมาตรฐานแบบไฟฟ้าทั้งหมดนี้ โปรแกรมเขียนแบบไฟฟ้าจึงถูกออกแบบให้สอดคล้องกับข้อกำหนด
ทำให้ผู้เขียนแบบหรือออกแบบระบบ มีเครื่องมือที่เหมาะสมใช้ทำงาน โดยเรามั่นใจว่ามากกว่า 80% ของงานที่ต้องทำเพื่อให้แบบไฟฟ้าตรงกับมาตรฐาน โปรแกรมเขียนแบบไฟฟ้าเฉพาะทางเท่านั้น ที่จะสามารถช่วยลดเวลาในการเขียนแบบได้จริง
และจากประสบการณ์ของเราพบว่ามากกว่า 90% ของผู้ที่เกี่ยวข้องกับการเขียนแบบไฟฟ้า ยังคงใช้โปรแกรมทั่วไปมาเขียนเช่น AutoCAD, Visio, CAD tool ใช้เขียนแบบไฟฟ้า และหนักไปกว่านั้นคือใช้ในการเรียนเขียนแบบไฟฟ้าในสถาบันการศึกษาก็ยังคงใช้ โปรแกรมทั่วไป มาเขียนแบบไฟฟ้า ส่งผลให้
ความล้าสายตา ปวดเมื่อยหลัง ข้อมือ เพราะจำนวนการคลิกที่มากครั้งเกินความจำเป็น และ และ ฟังก์ชันต่างๆ ที่ไม่ได้ทำไว้สำหรับการเขียนแบบไฟฟ้า ทำให้ งานเขียนแบบไฟฟ้าของประเทศไทย ล้าหลังเทคโนโลยีไปมาก
ช่างที่มีประสบการณ์ด้านระบบไฟฟ้าควบคุม จะทราบดีว่า แบบที่เขียนจากต่างประเทศเป็นอย่างไร งานออกมาประณีตบรรจง ทำงานได้ตรงแบบ ก็เพราะมีโปรแกรมเขียนแบบไฟฟ้า เป็นตัวช่วยครับ
ทดลองใช้โปรแกรมเขียนแบบไฟฟ้า
http://www.automationcad.com/e3-series.html
ต้องการโปรแกรมทดลอง
กรุณาส่งชื่อบริษัท ชื่อผู้รับ ตำแหน่ง ที่อยู่ (ส่งมาเป็นภาษาไทย เพื่อความถูกต้อง) และหมายเลขโทรศัพท์ ส่งอีเมล์มาที่
This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it
( รอรับลิง สำหรับโห-ลดไฟลขนาด 1กิก หรือ ถ้าต้องการซีดี ก็ได้ รอรับตามที่อยู่ครับ )
หรือป้อนข้อมูลทางเว็บบริษัทแม่ได้อีกทางหนึ่งที่ www.Zuken.com
โดยเราจะรีบติดต่อกลับไปทันที
|